ตลาดสูงต่ำเป็นตลาดที่คนไทยเล่นมากเป็นอันดับต้น ๆ รองจากตลาดต่อรอง จุดเด่นคือมันตัดคำถามว่าใครชนะออกไปทั้งหมด เหลือแค่คำถามเดียวคือเกมนี้จะมีประตูรวมกี่ลูก ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบได้ด้วยข้อมูลคนละชุดกับการทายผู้ชนะ
กติกาพื้นฐาน
ผู้เปิดราคากำหนดเส้นจำนวนประตูไว้ เช่น 2.5 ลูก ผู้เล่นเลือกว่าประตูรวมของทั้งเกมจะสูงกว่าหรือต่ำกว่าเส้นนั้น ประตูรวมนับทั้งสองทีมรวมกัน ไม่สนใจว่าใครยิงหรือใครชนะ
เส้นที่ลงท้ายด้วยจุดห้าจะไม่มีกรณีเสมอ เพราะจำนวนประตูเป็นจำนวนเต็มเสมอ ส่วนเส้นที่เป็นจำนวนเต็มอย่าง 2 หรือ 3 จะมีกรณีคืนทุนเมื่อประตูรวมเท่ากับเส้นพอดี
ตารางผลลัพธ์ของแต่ละเส้น
| เส้น | ประตูรวม 2 | ประตูรวม 3 | ประตูรวม 4 |
|---|---|---|---|
| 2 ลูก | คืนทุน | ได้เต็ม | ได้เต็ม |
| 2/2.5 | เสียครึ่ง | ได้เต็ม | ได้เต็ม |
| 2.5 | เสียเต็ม | ได้เต็ม | ได้เต็ม |
| 2.5/3 | เสียเต็ม | ได้ครึ่ง | ได้เต็ม |
| 3 ลูก | เสียเต็ม | คืนทุน | ได้เต็ม |
เมื่อเลือกต่ำจะได้ผลตรงกันข้ามทุกช่อง ตารางนี้ช่วยมากในกรณีเส้นควบซึ่งเป็นจุดที่คนใหม่มักคำนวณผิด
ปัจจัยที่มีผลกับจำนวนประตูจริง ๆ
| ปัจจัย | มีผลอย่างไร |
|---|---|
| สไตล์การเล่นของทั้งสองทีม | ทีมที่เน้นบุกทั้งคู่มักได้ประตูรวมสูงกว่าค่าเฉลี่ยลีก |
| ค่าเฉลี่ยประตูของลีก | บางลีกมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าลีกอื่นอย่างชัดเจน ควรรู้ก่อนแทง |
| สภาพอากาศและสนาม | ฝนหนักหรือสนามแย่ทำให้ประตูรวมมักต่ำกว่าปกติ |
| ความสำคัญของนัด | นัดชี้ชะตามักเล่นกันระวังตัว ประตูรวมจึงมักต่ำกว่าที่คาด |
| การขาดกองหน้าหรือกองหลังหลัก | ขาดกองหน้าดันประตูลง ขาดกองหลังดันประตูขึ้น |
| สกอร์ระหว่างเกม | ทีมที่ตามหลังจะเปิดเกมมากขึ้น ทำให้ครึ่งหลังประตูมักมากกว่าครึ่งแรก |
ทำไมตลาดนี้เหมาะกับบางคนมากกว่า
คนที่ติดตามลีกใดลีกหนึ่งอย่างใกล้ชิดมักรู้สไตล์การเล่นของทีมต่าง ๆ ดีกว่ารู้ว่าใครจะชนะ เพราะสไตล์เปลี่ยนช้าและสังเกตได้จากการดูเกม ส่วนผลแพ้ชนะมีตัวแปรที่คาดเดาไม่ได้มากกว่า
ในทางกลับกัน คนที่ดูแค่ตารางคะแนนโดยไม่เคยดูเกมจริง มักประเมินตลาดนี้พลาด เพราะตารางคะแนนไม่บอกว่าทีมนั้นเล่นแบบไหน บอกแค่ว่าผลออกมาอย่างไร
กับดักที่พบบ่อยในตลาดสูงต่ำ
กับดักแรกคือการแทงสูงตามความเคยชิน เพราะการเชียร์ให้มีประตูสนุกกว่าการเชียร์ให้ไม่มี ซึ่งทำให้คนจำนวนมากเลือกฝั่งสูงบ่อยกว่าที่ข้อมูลรองรับ
กับดักที่สองคือการดูค่าเฉลี่ยประตูย้อนหลังโดยไม่ดูว่าเจอคู่แข่งระดับไหน ทีมที่เพิ่งเจอทีมท้ายตารางสามนัดติดอาจมีค่าเฉลี่ยประตูสูงผิดปกติ ซึ่งไม่ได้แปลว่าจะเป็นแบบนั้นเมื่อเจอทีมหัวตาราง
สูงต่ำครึ่งแรกกับครึ่งหลัง
ตลาดนี้ยังมีเวอร์ชันแยกตามครึ่งเวลา ซึ่งใช้ประโยชน์จากความรู้เฉพาะทางได้ดีกว่า เช่นถ้ารู้ว่าทีมหนึ่งมักออกตัวช้าและมาเร่งช่วงท้าย ตลาดสูงต่ำครึ่งหลังจะตรงกับความรู้นั้นมากกว่าตลาดเต็มเวลา
ข้อควรระวังคือเส้นของครึ่งเวลาต่ำกว่าเส้นเต็มเวลามาก ทำให้ประตูลูกเดียวเปลี่ยนผลบิลได้ทันที ความเหวี่ยงจึงสูงกว่าที่หลายคนคาดไว้
เริ่มใช้ตลาดนี้อย่างไร
- 1. เลือกลีกที่ติดตามจริง
ตลาดนี้ต้องการความรู้เรื่องสไตล์เกม ซึ่งได้จากการดูเกมไม่ใช่จากตาราง
- 2. ดูค่าเฉลี่ยประตูของลีกนั้นก่อน
เป็นฐานอ้างอิงที่ทำให้เห็นว่าเส้นที่เปิดสูงหรือต่ำกว่าปกติ
- 3. เช็กสภาพอากาศและรายชื่อตัวจริง
สองข้อนี้มีผลกับจำนวนประตูมากกว่าที่คนส่วนใหญ่ให้น้ำหนัก
- 4. เริ่มจากเส้นเต็มเวลาก่อน
เส้นครึ่งเวลาเหวี่ยงกว่ามาก ควรเริ่มเมื่อคุ้นเคยกับตลาดแล้ว
สรุป
ตลาดสูงต่ำไม่ได้ง่ายกว่าหรือยากกว่าตลาดต่อรอง แต่ใช้ข้อมูลคนละชุด คนที่รู้สไตล์เกมจะได้เปรียบในตลาดนี้ ส่วนคนที่รู้แค่ฟอร์มผลแพ้ชนะจะได้เปรียบในตลาดต่อรองมากกว่า
การเลือกตลาดให้ตรงกับข้อมูลที่มีจริง คือหนึ่งในไม่กี่อย่างที่ผู้เล่นทำได้เพื่อปรับผลระยะยาวให้ดีขึ้น และเป็นเรื่องที่ไม่ต้องอาศัยโชคเลยแม้แต่น้อย
คำถามที่พบบ่อย
เส้น 2.5 หมายความว่าอะไร
หมายถึงประตูรวมของทั้งเกม ถ้าเลือกสูงต้องมีประตูรวมตั้งแต่ 3 ลูกขึ้นไปบิลจึงผ่าน ถ้าเลือกต่ำต้องมี 2 ลูกหรือน้อยกว่า
ทำไมบางเส้นถึงเสียครึ่งหรือได้ครึ่ง
เพราะเป็นเส้นควบ ซึ่งแบ่งเงินเดิมพันออกเป็นสองส่วนที่เส้นต่างกัน เมื่อผลอยู่ระหว่างสองเส้น จึงได้หรือเสียเพียงครึ่งเดียว
ตลาดสูงต่ำเหมาะกับมือใหม่ไหม
เหมาะถ้ามือใหม่คนนั้นติดตามลีกใดลีกหนึ่งอย่างใกล้ชิด เพราะตลาดนี้ใช้ความรู้เรื่องสไตล์เกมมากกว่าการทายผู้ชนะ
สูงต่ำครึ่งแรกต่างจากเต็มเวลามากไหม
ต่างมาก เพราะเส้นต่ำกว่า ทำให้ประตูลูกเดียวเปลี่ยนผลบิลได้ทันที ความเหวี่ยงจึงสูงกว่าและควรเริ่มเมื่อคุ้นเคยกับตลาดเต็มเวลาแล้ว
ก่อนเริ่มเล่น อ่านสี่ข้อนี้
- เป็นความบันเทิงที่มีต้นทุน ไม่ใช่ช่องทางหารายได้
- ตั้งงบต่อวันก่อนเริ่ม แล้วหยุดเมื่อถึงงบ ไม่ว่ากำลังได้หรือกำลังเสีย
- ไม่มีสูตรใดทำนายผลได้ การไล่ทบเงินทำให้ทุนหมดเร็วที่สุด
- สงวนสิทธิ์ผู้มีอายุ 20 ปีขึ้นไป · สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี 24 ชม.
