การสมัครใช้บริการที่มีการโอนเงินย่อมต้องให้ข้อมูลบางอย่าง คำถามคือข้อมูลไหนเป็นเรื่องปกติและข้อมูลไหนที่ไม่ควรให้ในทุกกรณี บทความนี้แยกเส้นให้ชัด และบอกวิธีส่งเอกสารอย่างที่ลดความเสี่ยงลงได้มาก
ข้อมูลที่ระบบขอได้ตามปกติ
| ข้อมูล | ทำไมถึงจำเป็น |
|---|---|
| ชื่อและนามสกุลจริง | ใช้ตรวจให้ตรงกับชื่อบัญชีธนาคารตอนถอน |
| เลขบัญชีธนาคาร | ใช้เป็นปลายทางของการถอนเงิน |
| เบอร์โทรศัพท์ | ใช้ยืนยันตัวตนและกู้คืนบัญชี |
| วันเดือนปีเกิด | ใช้ยืนยันว่าอายุถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายและเงื่อนไขกำหนด |
| อีเมล | ใช้แจ้งเตือนและกู้คืนบัญชี |
ข้อมูลที่ไม่ควรให้ในทุกกรณี
- รหัสผ่าน ไม่มีเจ้าหน้าที่รายใดต้องใช้เพื่อทำงาน
- รหัส OTP เป็นรหัสที่ออกแบบมาให้ผู้ใช้เท่านั้นเห็น
- รหัส PIN ของแอปธนาคาร ไม่เกี่ยวกับบัญชีเดิมพันเลย
- ภาพหน้าจอที่มียอดเงินในบัญชีธนาคาร ไม่จำเป็นต่อการยืนยันตัวตน
- สิทธิ์เข้าถึงเครื่องระยะไกล ไม่มีเหตุผลใดที่ต้องรีโมตเข้าเครื่องผู้ใช้
ข้อสุดท้ายพบมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยอ้างว่าจะช่วยแก้ปัญหาให้ ซึ่งเมื่อยอมแล้วผู้ที่รีโมตเข้ามาจะเห็นทุกอย่างในเครื่องรวมถึงแอปธนาคาร
เมื่อระบบขอเอกสารยืนยันตัวตน
ในบางกรณีระบบขอเอกสารเพิ่มเมื่อยอดถอนถึงระดับหนึ่งหรือเมื่อมีการเปลี่ยนบัญชีธนาคารที่ผูกไว้ การขอลักษณะนี้เป็นมาตรฐานของระบบการเงินและไม่ใช่สัญญาณอันตรายในตัวมันเอง
สิ่งที่ต่างกันคือช่องทาง เอกสารควรส่งผ่านช่องทางทางการที่คุณเปิดเองจากลิงก์ที่บันทึกไว้ ไม่ใช่ส่งให้คนที่ทักมาหาคุณก่อน และไม่ควรส่งพร้อมกับรหัสใด ๆ เพราะการยืนยันตัวตนที่ถูกต้องไม่ต้องใช้รหัส
วิธีส่งเอกสารให้ปลอดภัยขึ้น
- 1. ปิดบังส่วนที่ไม่จำเป็น
เช่น ปิดตัวเลขบางส่วนที่ไม่เกี่ยวกับการยืนยัน ถ้าเงื่อนไขอนุญาต
- 2. เขียนกำกับบนภาพ
ระบุว่าส่งเพื่อวัตถุประสงค์ใดและวันที่ ทำให้ภาพนั้นใช้ซ้ำที่อื่นได้ยากขึ้น
- 3. ส่งผ่านช่องทางทางการเท่านั้น
เปิดจากลิงก์ที่บันทึกไว้เอง ไม่ใช่จากลิงก์ที่มีคนส่งมา
- 4. ลบไฟล์ออกจากแกลเลอรีหลังส่ง
ลดโอกาสที่ภาพจะหลุดจากแอปอื่นที่เข้าถึงรูปภาพได้
- 5. ไม่ส่งซ้ำให้ใครที่ทักมาภายหลัง
ถ้ามีคนขออีก ให้ตรวจกับช่องทางทางการก่อนเสมอ
สิทธิ์ของแอปในมือถือ
จุดที่คนมองข้ามคือแอปอื่นในเครื่องที่มีสิทธิ์เข้าถึงรูปภาพและข้อความ แอปที่ขอสิทธิ์เกินความจำเป็นเป็นช่องทางที่ข้อมูลรั่วได้โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว
ควรตรวจในหน้าตั้งค่าเป็นระยะว่ามีแอปใดขอสิทธิ์เข้าถึงรูปภาพ ข้อความ หรือการช่วยเหลือพิเศษ ทั้งที่ไม่ควรต้องใช้ และถอนสิทธิ์ที่ไม่จำเป็นออก
ถ้าข้อมูลรั่วไปแล้วควรทำอะไร
ลำดับความสำคัญคือเปลี่ยนรหัสอีเมลหลักก่อน เพราะเป็นช่องทางกู้คืนของทุกบริการ จากนั้นเปลี่ยนรหัสของบริการที่มีเงินอยู่ และตรวจรายการย้อนหลังในแอปธนาคาร
ถ้ามีการโอนเงินเกิดขึ้นแล้ว ให้แจ้งธนาคารทันทีเพราะความเร็วมีผลโดยตรงกับโอกาสระงับปลายทาง และเก็บหลักฐานทั้งหมดไว้สำหรับการแจ้งความ
เรื่องที่ควรบอกคนในบ้าน
รูปแบบการหลอกลวงที่ใช้ข้อมูลส่วนตัวมักพุ่งเป้าไปที่คนที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี การบอกคนในบ้านสองข้อคือไม่มีใครขอ OTP ได้ และไม่มีเจ้าหน้าที่ที่ต้องรีโมตเข้าเครื่อง ป้องกันได้เกือบทุกกรณีที่พบ
สองประโยคนี้สั้นพอที่จะจำได้ และครอบคลุมวิธีการที่ใช้กันมากที่สุดในปัจจุบัน การพูดคุยเรื่องนี้ล่วงหน้าได้ผลกว่าการมาอธิบายตอนที่เกิดเรื่องแล้วมาก
สรุป
ข้อมูลที่จำเป็นต่อการยืนยันตัวตนและการโอนเงินเป็นเรื่องที่ต้องให้ ส่วนรหัสทุกชนิดและสิทธิ์เข้าถึงเครื่องเป็นสิ่งที่ไม่ควรให้ในทุกกรณี เส้นแบ่งนี้ชัดเจนและไม่มีข้อยกเว้น
เมื่อไม่แน่ใจ ให้ยึดหลักเดียวคือ ติดต่อกลับผ่านช่องทางที่เราเปิดเองเสมอ ไม่ตอบกลับคนที่ทักมาหาเราก่อน หลักข้อเดียวนี้ตัดความเสี่ยงจากการปลอมตัวได้เกือบทั้งหมด
คำถามที่พบบ่อย
เว็บขอบัตรประชาชนถือว่าผิดปกติไหม
การขอเอกสารยืนยันตัวตนเป็นมาตรฐานของระบบการเงิน โดยเฉพาะเมื่อยอดถอนถึงระดับหนึ่งหรือมีการเปลี่ยนบัญชีธนาคาร สิ่งที่ต้องระวังคือช่องทางที่ส่ง ไม่ใช่ตัวคำขอ
ให้รหัส OTP กับเจ้าหน้าที่ได้ไหม
ไม่ได้ในทุกกรณี รหัส OTP ออกแบบมาให้ผู้ใช้เท่านั้นเห็น ไม่มีเจ้าหน้าที่รายใดต้องใช้เพื่อทำงาน ถ้ามีคนขอให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที
มีคนขอรีโมตเข้าเครื่องเพื่อช่วยแก้ปัญหา ควรยอมไหม
ไม่ควรในทุกกรณี ผู้ที่รีโมตเข้ามาจะเห็นทุกอย่างในเครื่องรวมถึงแอปธนาคารและรหัสที่บันทึกไว้ในเบราว์เซอร์
ส่งเอกสารไปแล้วกังวลว่าจะถูกนำไปใช้ต่อ ทำอย่างไร
เขียนกำกับบนภาพว่าส่งเพื่อวัตถุประสงค์ใดและวันที่ตั้งแต่ก่อนส่ง จะทำให้นำไปใช้ซ้ำที่อื่นได้ยากขึ้นมาก และควรลบไฟล์ออกจากแกลเลอรีหลังส่งเสร็จ
ก่อนเริ่มเล่น อ่านสี่ข้อนี้
- เป็นความบันเทิงที่มีต้นทุน ไม่ใช่ช่องทางหารายได้
- ตั้งงบต่อวันก่อนเริ่ม แล้วหยุดเมื่อถึงงบ ไม่ว่ากำลังได้หรือกำลังเสีย
- ไม่มีสูตรใดทำนายผลได้ การไล่ทบเงินทำให้ทุนหมดเร็วที่สุด
- สงวนสิทธิ์ผู้มีอายุ 20 ปีขึ้นไป · สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี 24 ชม.
